ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ กับมาตรฐาน และลำดับขั้นความเป็นคน

กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช เช้าวันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านร่าง พรบ.ว่าด้วยความปรองดอง (ต่อไปจะแทนด้วย “ร่าง พรบ.ปรองดอง”) ฉบับเต็ม [สามารถเข้าถึงได้จาก http://www.mediafire.com/view/?acdn1nbxihn66hi%5D แล้วก็เกิดความกระอักกระอ่วนใจ แต่ด้วยความที่ธรรมชาติของตัวผมเองไม่ได้ถูกฝึก และเรียนมาในฐานะนักกฎหมาย จึงต้องขอละเว้นไม่เข้าไปพูดในประเด็นด้านกฎหมาย และการตีความทางกฎหมายของ ร่าง พรบ.ปรองดองนี้ กระนั้นต่อให้เราตัดประเด็นเรื่องทางกฎหมายออกไปตัวเนื้อหาโดยรวมๆ และการมีอยู่ของ พรบ.ปรองดองนี้โดยตัวมันเองนั้นก็นับว่ามีปัญหามาก และในระดับรากฐานที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเลยก็ว่าได้ นั่นคือ “การทำให้ความเป็นคน ของคนแต่ละคนในสังคมไม่เท่ากัน” คงเป็นการยากที่จะปฏิเสธว่าการเขียนถึงท่าทีต่อการ “ปรองดอง” และการ “สร้างบรรยากาศของความปรองดอง” ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์, ทักษิณ และ นปช. ว่า ปรองดองโดยจงใจหลงลืมผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรง และครอบครัวของเขาเหล่านั้น ให้ลืมไปเถิด แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ มีการเขียนถึงมาไม่น้อย โดยเฉพาะจากอาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, อาจารย์พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ และอีกหลายท่าน แต่แน่นอนว่า ร่าง พรบ.ปรองดอง มันมีนัยยะสำคัญเกินกว่าการเป็น “ท่าที และการสร้างบรรยากาศ” อย่างที่ผ่านๆ มา ในทางหนึ่งมันย่อมหมายถึงการหักหลังความเชื่อใจทั้งหมดทั้งมวลที่มีต่อรัฐบาล ของเหล่าผู้ซึ่งสูญเสีย และครอบครัว สองมันคือการเรียกร้องอย่างไร้ยางอายต่อผู้ที่เสียสละมามากจนเกินกว่าจะเสียสละอะไรต่อไปได้อีก … Read more

European Union’s (Supra)National Identity: How Does the EU Culturally Builds Its Own Self?

Kritdikorn Wongswangpanich                 It is quite problematic, when one wants to identify the political status of The European Union (EU). Some may see it as an intergovernmental organisation (Please see Zimmer Schneider and Dobbins, 2005, for instance), but others see it as a supranational organisation (Please see Sweet and Sandhotz, 1997; Tallberg, 2002, for instance). … Read more

Peace of Westphalia, Secularism and the Rise of Modern State

 [Original Title: What role does Westphalia play in conventional International Relations accounts of the origins of the modern state and international system? What do these accounts fail to mention?] Kritdikorn Wongswangpanich             Normally, when we look at the literature of international relations or international politics, the ‘starting point’ or the ‘pin point’ when international scholars will … Read more

รวบรวมหนังสือ

อันนี้เป็นพวก e-Books และ e-Documents ที่ผมมีในเครื่อง (เดี๋ยวจะมาอัพเพิ่มเรื่อยๆ นะครับ) ในภาวะที่ library.nu และอื่นๆ ถูกรุกราน เลยคิดว่า เอามาแชร์ๆ กันแบบนี้ อาจจะเป็นประโยชน์ ยังไม่มีการแยกประเภทอะไรใดๆ นะครับ และผมจะพยายามอัพเพิ่มเรื่อยๆ http://www.mediafire.com/?wtjk5flz13cgz

[รีวิว] Claymore: การกดขี่เพศหญิงในโลกจริงจำลอง

[หมายเหตุ - เนื่องจากพื้นที่การเขียนค่อนข้างจะจำกัด ผมจึงไม่สามารถลงลึกในรายละเอียดได้เหมือนทุกครั้ง ก็ขออภัยด้วย] อสูรสาวเคลย์มอร์ หรือ เคลย์มอร์ เป็นหนังสือการ์ตูนที่แต่งเรื่อง และวาดภาพโดย โนริฮิโระ ยางิ และถึงแม้จะไม่ใช่หนังสือการ์ตูนที่ดังที่สุดของสายนี้ แต่ก็คงจะไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่า คนที่เคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นมาสักระดับหนึ่งต้องเคยผ่านหู ผ่านตาหนังสือการ์ตูนชุดนี้ตามแผงกันมาบ้าง เรื่องเคลย์มอร์ เป็นเรื่องของกลุ่มนักรบหญิงที่ถูกฝังยีนส์ของปีศาจไว้ เพื่อเพิ่มพลังความสามารถในการต่อสู้ ในการต่อกรกับ “ปีศาจ” และมีเฉพาะเพศหญิงเท่านั้นที่สามารถรับการปลูกถ่ายยีนส์ได้อย่างมีประสิทธิผล (คือ เดิมทีเคยทดลองกับเพศชาย แต่ช่วงเวลาในการครองสติให้เป็นคนนั้นสั้นมาก) กลุ่มนักรบเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “เคลย์มอร์” ตามชื่อดาบขนาดใหญ่ที่เป็นอาวุธประจำกายของพวกเธอ พวกเธอกลายเป็นกลุ่มคนที่ “สังคมมนุษย์หวาดกลัว แต่ก็ไม่อาจจะขาดได้” เพราะพวกเธอคือ ขุมพลังเดียวในการต่อต้านกับภัยที่เรียกว่า “ปีศาจ” แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง พวกเธอกลุ่มเดียวกันนี้เอง ก็ทำงานให้แก่องค์กรไร้ชื่อองค์กรหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์กร “ชายเป็นใหญ่” และอยู่ในเกาะปิดตาย ที่ถูกอุปโลกน์ให้เป็นโลกทั้งใบของพวกเธอ (คล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง The Truman Show ที่นำแสดงโดยจิม แคร์รี่) การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้ ทั้งขับเน้นถึงความสำคัญ และพลังของสตรีเพศ ไปพร้อมๆ กับพูดถึงโครงสร้างทางสังคมที่กดทับการมีตัวตนของสตรีเพศ รวมถึงภาพลวงตาทางอำนาจที่สังคมเหมือนจะหยิบยื่นให้กับเพศหญิง หรือหากจะสรุปเป็นประโยคเดียวแล้ว ผมคิดว่าเคลย์มอร์กำลังสะท้อนถึงเรื่อง … Read more

Is the War on Terror a Self-Fulfilling Prophesy?

 Kritdikorn Wongswangpanich             “He [President Bush] claimed that September 11, 2001, changed everything and that was a self-fulfilling prophesy.” said George Soros. (2006: 78)   I normally find myself somewhere between disagreement and strong disagreement with George Soros, but in the notion above, at least in this very sentence, I totally agree with him. For … Read more

What are the consequences of the silence on state terrorism?

Kritdikorn Wongswangpanich   When we are tackling the question of the consequences of state terrorism, it is inevitable, in my opinion, to begin with the potentiality of the state as terrorist, since the question we try to address follows from this basis. By academic standard, if similar actors have done a similar action, then they … Read more

Critical Approaches to Terrorism’s Week 5 Presentation: “Structural Causes of Terrorism: The State, the International System and Globalisation”

This is the presentation detail in my optional module, Critical Approaches to Terrorism, while I’m studying my master degree at Aberystwyth University, UK. ————————————————– Week 5 Presentation Detail Kritdikorn Wongswangpanich 1. Definitions The state, international system, and globalisation, which are the main topics we are going to discuss this week, are widely used not only among … Read more

ตอบโต้ “ข้อตอบโต้ของ กิตติศักดิ์ ปรกติที่มีต่อข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์”

http://thaigirl2004.blogspot.com/2010_06_01_archive.html โดยไม่ทราบตัวผู้ถ่าย, และผู้เขียนไม่ประสงค์ออกนาม กรุณาดูข้อตอบโต้ของกิตติศักดิ์ ปรกติ ก่อน ที่นี่: บทความตอบโต้ข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ โดย กิติศักดิ์ ปรกติ —– ผมขอแลกเปลี่ยนในฐานะคนที่ไม่ใช่นักกฏหมาย และไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในสายนี้ รวมถึงเทคนิคการใช้กฏหมายต่างๆ นะครับ ผมคิดว่าประเด็นที่เป็นปัญหามากๆ ของบทความนี้ของกิตติศักดิ์นั้น ไม่ใช่เรื่องการเชื่อมั่นในความเป็นธรรม และไร้การโดนแทรกแซงของฝ่ายศาล และตุลาการไทย แต่ปัญหาหลักของกิตติศักดิ์ ก็คือ สิ่งที่กิตติศักดิ์ “ใช้” เป็นชื่อบทความของกิตติศักดิ์เองนั่นแหละครับ ผมคิดว่าความผิดพลาดที่สำคัญที่สุดของกิตติศักดิ์นั้นอยู่ที่การมองว่า ข้อเสนอของทางนิติราษฎร์ เป็นการ “เทียบเคียงคนละเรื่องเดียวกัน” หรือเทียบเคียงแบบผิดฝาผิดตัว แต่ในทางความเป็นจริงแล้ว ข้อแย้งของกิตติศักดิ์นั้นต่างหากที่ผิดฝาผิดตัว อย่างกรณีการแต่งงานในแคลิฟอร์เนียที่กิตติศักดิ์เสนอมาแย้งนั้นเอง แน่นอนว่าผมเห็นด้วยกับกิตติศักดิ์ ว่าศาลสามารถ “ตัดสินขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่” ได้ หากนั่นเป็นการตัดสินที่ [1] วางอยู่บนระนาบว่า “ความต้องการของคนส่วนใหญ่ มันขัดกับหลักการที่ถูกต้องในทางกฏหมาย” และ [2] (ซึ่งโดยส่วนตัวผมเห็นว่าสำคัญกว่า) คือ “ตัวกฏหมายที่ศาลใช้ในการพิจารณาตัดสินนั้นเอง ต้องเป็นตัวกฏหมายที่มาจากกระบวนการประชาธิปไตย และได้รับการยอมรับ และรับรองอำนาจจากปวงชนของรัฐนั้นๆ” ฉะนั้น กรณีของสหรัฐอเมริกาที่กิตติศักดิ์อ้างมานั้น จึงเป็นเรื่องที่ “ถูกต้อง” … Read more

ความคิดเห็นส่วนตัว: เรื่องเล่าอย่างย่อของประเด็นทักษิณ กับสถาบันพระมหากษัตริย์

นี่เป็นส่วนที่คัดมา (มี edit นิดหน่อย น้อยมากๆ ไม่ได้เปลี่ยนตัวสารเดิมแต่อย่างใด) ระหว่างผม กับเพื่อนใน facebook ท่านหนึ่ง ผมเห็นว่าสามารถนำมาคิดต่อได้ (ทั้งกับตัวผมเอง และคนอื่น) เลยขอนำมาแปะแสดงไว้ … ขออนุญาตคู่สนทนาเรียบร้อยแล้ว   ตามนี้ —————————   Facebook User: น้องเบสท์คิดว่าช่วงบริบทก่อนทักษิณจะก้าวเข้ามาว่าสถานะอำนาจเขาเป็นไง และช่วงทักษิณเป็นนายกไปกระทบอะไรพวกเขา พวกเขาทำไง จนโค่นทักษิณลง?   ผม: จริงๆ คำถามของคุณ Facebook User นั้นหากจะต้องเขียนถึงแบบจริงๆ จังๆ มันเขียนหนังสือได้เป็นเล่ม หรือบทความขนาดยาวเลยก็ว่าได้นะครับ (ซึ่งคงเกินความสามารถผม) ผมก็ขอสรุปๆ เอาแล้วกัน   –> ช่วงก่อนทักษิณ ผมมองสถานะและอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ในลักษณะที่เข้มแข็ง มั่นคง และเงียบงันมาก คือ หากจะพูดให้ถูกต้องแล้ว ผมอยากให้มองว่า “ยิ่งอำนาจกระทำการณ์ในทางการเมืองของกษัตริย์มีความเงียบงันมากเท่าไหร่ มันยิ่งแข็งแกร่ง มั่นคงเท่านั้น”   ผมพอจะมีคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้อยู่ แต่ค่อนข้างยาว และผมเคยเขียนเป็นบทความออกมาเมื่อหลายปีก่อน (ตอนนี้บอกตรงๆ … Read more

ต่อยอดวิวาทะ “อำนาจของภาษาในสังคม” คำ ผกา vs กาญจนา (ราชบัณฑิต)

ท่านใดที่ยังไม่ได้รับชมวิวาทะดังกล่าว สามารถดูได้จาก หรือทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรายการ Intelligence สถานีโทรทัศน์ Voice TV http://shows.voicetv.co.th/intelligence/17489.html โดยประเด็นต่อยอดต่างๆ นี้เกิดขึ้นในวอลล์ของเฟสบุ๊คคุณคำ ผกา ซึ่งผมคิดว่ามีประเด็นที่สำคัญหลายประการที่น่าจะนำมาแลกเปลี่ยนกันได้ต่อไปในอนาคต หรือต่อยอดความคิดได้ เลยลงไว้เป็น record เสีย (ถือซะว่าเป็นโน๊ตช่วยจำ แชร์กันอ่าน 55+) —————— [การจะอ่านรู้เรื่องได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับชมการวิวาทะดังกล่าวจนสิ้นสุดก่อนแล้ว] ผม: แม้ผมจะรังเกียจความคิดของนังป้ากาญจนา แต่ก็ต้องยอมรับให้ชัดเจนลงไปว่า คนอย่างนังป้านี่ ที่ยอมรับ เชื่อ และโพล่งอย่างตรงไปตรงมาว่า “คนไม่เท่ากัน ฯลฯ” แล้วทำตามที่คิดอย่างนั้น แม่งดีกว่า พวกอัปรีย์ชนที่ปากบอกว่า “คนเท่ากัน รัก ปชต.” แต่เสือกส่งเสียงเชียร์ “รบ.อภิสิด และมลภาวะแห่ง ปชต.ไทย (ที่คลุมอยู่เหนืออภิสิด)” ตอนสั่งฆ่าคนเสื้อแดง อย่างออกนอกหน้าเยอะมากๆๆ Facebook User A: อย่างน้อยป้าเเกก็ชัดเจน ไม่ย้อนเเย้งนะฮะ ผม: ไม่ย้อนแย้งทิ่มแทงคนรอบข้าง และตนเอง แต่แถแบบดริ๊ฟต์แหลกไม่รู้ตัว คำ ผกา: … Read more

สารโต้ตอบบทความของคุณโกศล อนุสิม: ผู้เขียนเรื่องสถาบันกษัตริย์ได้ยาวเหยียดโดยไม่ได้มีความเข้าใจเรื่องนี้เลย

กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช “If you tell a big enough lie and tell it frequently enough, it will be believed.” “หากท่านกล่าวคำลวงที่ยิ่งใหญ่ และกล่าวมันซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างเพียงพอแล้ว มันจะสถิต์เป็นความเชื่อ” -          อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในเบื้องต้นนี้ ผมต้องขอกล่าวชื่นชมจากใจจริง ในบทความของคุณโกศล ที่ได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาไทเสียก่อนว่า เขียนได้เก่งมาก เสียจนคนที่คิดจะเขียนโต้อย่างผม ไม่รู้จะเริ่มต้นโต้จากจุดไหนดี เพราะมันมีมากมายเสียเหลือเกิน [สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.prachatai3.info/journal/2011/04/34087%5D นอกจากนี้ อาจจะเป็นเพียงข้อแก้ตัวที่แสนจะจืดชืด แต่ผมคงต้องกล่าวล่วงหน้าว่า คงไม่อาจจะโต้ได้อย่างเต็มที่นัก เนื่องจากตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ในขณะที่หลักฐานหลายชิ้นที่จะต้องใช้ในการตอบโต้ครั้งนี้ อยู่ที่ไทย เช่น ข้อความในจดหมายส่วนพระองค์ ของรัชกาลที่ 7 กับนายแบ็กซ์เตอร์ และเนื้อหาอีกบางส่วนจากหนังสือประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง, หนังสือ The Rise and Decline of Thai Absolutism, … Read more

การเปลือยอก, ภาษากาย และมรดกแห่งรัฐเทวราชานิยม

กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช (ภาพม็อบเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน – ไม่เกี่ยวกับบทความ แค่อยากแปะรูปนี้) ผมเชื่อว่าหลายท่าน คงจะพอได้ทราบข่าวสองข่าวที่ในขณะนี้กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในสังคม นั่นคือ ข่าวของหญิงสาวที่ไปเต้นเปลือยอกบนหลังคารถในวันสงกรานต์ จนกลายมาเป็นประเด็นใหญ่โตในบ้านเมือง โดยถูกโยงใยถึงความเสื่อมเสียทางวัฒนธรรม [สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1303033776%5D และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือ การที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จ้องจะยื่นฟ้องกลุ่มผู้แสดงภาษากายในขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์กำลังปราศัย โดยโยงว่าเป็นภาษากายที่บ่งชี้ถึงการเห็นด้วย หรืออวยนายจตุพร และการกระทำดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ [สามารถอ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมได้จาก http://www.prachatai3.info/journal/2011/04/34074%5D ข่าวทั้งสองนี้ หากอ่านโดยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก อาจจะมองมันในสถานะที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ผมกลับมองว่ามันมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวพ่วงกันอยู่ไม่น้อย นั่นก็คือ “วิธีการมองด้วยมุมมองของพระเจ้า (God’s eye view)” จากผู้ซึ่งเชื่อว่าตนเองเป็นผู้มีอำนาจในทางปกครอง มองลงมายังประชากรแห่งรัฐ ผู้ซึ่งคนกลุ่มดังกล่าวมองว่าเป็น “ผู้ใต้ปกครอง” ของตน ซึ่งรูปแบบการมองเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรในทางประวัติศาสตร์โลก เพราะสำนึกคิดแบบ “เทวราชา” นั้นแหละคือ รูปแบบการปกครองที่เป็นเช่นว่าโดยตรง คือ ตัวกษัตริย์นั้นเป็นผู้ทรงภูมิ ที่ได้รับการอนุญาตจากสวรรค์ หรือเป็นตัวแทนแห่งพระผู้เป็นเจ้า หรือเป็นเทพองค์หนึ่งเองที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ เพื่อปกครองมนุษย์เดินดินธรรมดาให้อยู่รอดต่อไปได้ ฉะนั้นการ “มีตัวตนอยู่ และการกระทำใดๆ” ของคนในอาณาจักรนั้นๆ จึงเป็นเพียง … Read more

จดหมายเปิดผนึกถึงนิธิ กรณีให้สัมภาษณ์กับประชาชาติฯ: นิธิยิ่งแก่ ยิ่งเลอะเลือน?

กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช เมื่อวานนี้ [17 เมษายน 2554] ผมได้มีโอกาสอ่านบทสัมภาษณ์ของ “ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์” ที่นำเสนอไว้ในประชาชาติธุรกิจ และพบว่าตัวผมเองนั้น มีปัญหาอย่างมาก กับบทสัมภาษณ์ดังกล่าวของนิธิ อันเป็นที่มาของจดหมายฉบับนี้ (สามารถเข้าถึงข้อมูลบทสัมภาษณ์ได้จาก http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1302927631&grpid=no&catid=04) ในส่วนต้นของบทสัมภาษณ์นั้น ผู้สัมภาษณ์ได้ถามถึงบทบาท และเป้าหมายของการเคลื่อนไหวของเสื้อแดง ที่นิธิได้ตอบไปว่า; “เท่าที่ผมติดตามคนกลุ่มนี้มา สิ่งที่น่าเสียดาย คือคุณ (เสื้อแดง) ไม่สนใจประเด็นอื่นเลย นอกจากการเมือง” นอกจากนี้นิธิยังได้ชี้ต่อไปถึงว่าเสื้อแดงควรจะเพิ่มเป้าหมายเข้าไปคือ “การปฏิรูปโครงสร้าง”!!! ณ จุดนี้เอง ผมก็อยากใคร่ถามคุณนิธิหน่อยว่า “ปฏิรูปโครงสร้างมันคือยังไง?” และ “เสื้อแดงไม่ได้ปฏิรูปโครงสร้างอย่างไร?” แน่นอน ผมไม่คิดว่า “เป้าหมาย” ของเสื้อแดงจะเหมือนกันหมด (มันมีความหลากหลายที่สูงมากภายในขบวนการเคลื่อนไหวนี้) และผมก็คิดด้วยเช่นกันว่าข้อเสนอ และเป้าหมายของเสื้อแดงนั้นสามารถผลักดันไปให้ไกลกว่าที่เป็นอยู่นี้ได้ แต่นั่นมันคนละเรื่องกันกับที่นิธิได้พูดไว้ครับ ผมคิดว่านิธิเองก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า “กลุ่มคนที่มีมวลชนขนาดใหญ่ที่สุด ที่กำลังเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือปฏิรูปโครงสร้าง ทั้งโครงสร้างอำนาจทางการเมือง และสังคมนั้นเป็นคนเสื้อแดง” (หรืออย่างน้อยที่สุดก็ได้ “สมาทานตนเองเป็นส่วนหนึ่งของคนเสื้อแดง”) การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ ในหลายบริบทนั้น อาจจะเป็นดังที่ผมได้กล่าวไปคือ ยังอาจจะสามารถผลักดันให้ไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ได้ … Read more

การตัดสิน และเรียกร้องทางเพศ: สัญญะ, อวัยวะเพศ, ร่างกาย, รสนิยม และความขบถ

[บทความชิ้นนี้ ยังไม่ได้ proof ภาษา และวิธีการเขียน ฉะนั้น อ่านแล้วอาจจะมึนๆ งง และรู้สึกยังไหลลื่น หรือต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นเพราะความขี้เกียจของผู้เขียนเอง ขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วย...ตอนนี้ก็ยังขี้เกียจอยู่ครับ]   กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช -          สัญญะ, อวัยวะเพศ และร่างกาย สิ่งที่ผมจะเขียนถึงในงานชิ้นนี้นั้น อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องซ้ำซาก จำเจ ที่เห็นงานแนวนี้ผลิตออกมาไม่รู้กี่ชิ้นต่อกี่ชิ้นแล้ว มิพักตร์ ที่ผมจะเขียนนั้นแต่ละส่วนที่อ่าน จะรู้สึกว่ามันไม่เกี่ยวเนื่อง ไม่ต่อเนื่อง (Fractured) กันนักเสียด้วยซ้ำ แต่ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วมันจะนำไปสู่ข้อสรุปแบบเดียวกัน ซึ่งในท้ายที่สุดผมคิดว่ามันจะไม่ถึงกับจำเจนัก เริ่มแรกเลย ผมอยากจะนำเสนอภาพ 3 ภาพ ที่อยากจะให้ท่านได้ลองนึกถึง โดยกรอบ หรือมุมมองของเรื่องเพศ หรืออำนาจ/สิทธิทางเพศ ดู (แน่นอนว่านี่คือการพยายามจำกัดกรอบความคิดของท่าน โดยตัวผม) (ภาพ 1 – สัญลักษณ์ MSN) (ภาพ 2 – พระปรางค์) (ภาพ … Read more

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.