ตอบโต้ “ข้อตอบโต้ของ กิตติศักดิ์ ปรกติที่มีต่อข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์”
http://thaigirl2004.blogspot.com/2010_06_01_archive.html โดยไม่ทราบตัวผู้ถ่าย, และผู้เขียนไม่ประสงค์ออกนาม
กรุณาดูข้อตอบโต้ของกิตติศักดิ์ ปรกติ ก่อน ที่นี่:
บทความตอบโต้ข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ โดย กิติศักดิ์ ปรกติ
—–
ผมขอแลกเปลี่ยนในฐานะคนที่ไม่ใช่นักกฏหมาย และไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในสายนี้ รวมถึงเทคนิคการใช้กฏหมายต่างๆ นะครับ
ผมคิดว่าประเด็นที่เป็นปัญหามากๆ ของบทความนี้ของกิตติศักดิ์นั้น ไม่ใช่เรื่องการเชื่อมั่นในความเป็นธรรม และไร้การโดนแทรกแซงของฝ่ายศาล และตุลาการไทย แต่ปัญหาหลักของกิตติศักดิ์ ก็คือ สิ่งที่กิตติศักดิ์ “ใช้” เป็นชื่อบทความของกิตติศักดิ์เองนั่นแหละครับ
ผมคิดว่าความผิดพลาดที่สำคัญที่สุดของกิตติศักดิ์นั้นอยู่ที่การมองว่า ข้อเสนอของทางนิติราษฎร์ เป็นการ “เทียบเคียงคนละเรื่องเดียวกัน” หรือเทียบเคียงแบบผิดฝาผิดตัว
แต่ในทางความเป็นจริงแล้ว ข้อแย้งของกิตติศักดิ์นั้นต่างหากที่ผิดฝาผิดตัว อย่างกรณีการแต่งงานในแคลิฟอร์เนียที่กิตติศักดิ์เสนอมาแย้งนั้นเอง
แน่นอนว่าผมเห็นด้วยกับกิตติศักดิ์ ว่าศาลสามารถ “ตัดสินขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่” ได้ หากนั่นเป็นการตัดสินที่ [1] วางอยู่บนระนาบว่า “ความต้องการของคนส่วนใหญ่ มันขัดกับหลักการที่ถูกต้องในทางกฏหมาย” และ [2] (ซึ่งโดยส่วนตัวผมเห็นว่าสำคัญกว่า) คือ “ตัวกฏหมายที่ศาลใช้ในการพิจารณาตัดสินนั้นเอง ต้องเป็นตัวกฏหมายที่มาจากกระบวนการประชาธิปไตย และได้รับการยอมรับ และรับรองอำนาจจากปวงชนของรัฐนั้นๆ”
ฉะนั้น กรณีของสหรัฐอเมริกาที่กิตติศักดิ์อ้างมานั้น จึงเป็นเรื่องที่ “ถูกต้อง” เพราะตัวกฏหมายนั้น มาด้วยกระบวนการอันเป็นประชาธิปไตย และเป็นที่ยอมรับของประชาชนแห่งรัฐนั้นๆ ฉะนั้นแม้ศาลจะตัดสิน “ขัด” กับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ดำรงอยู่บนหลักการของ “ตัวบทกฏหมาย” ก็ย่อมทำได้ นอกเสียจากในอนาคตกฏหมายนั้น “จะได้รับการประชามติให้เปลี่ยนแปลง” (ซึ่งโดยหลักการก็ไม่ควรมีผลย้อนหลังต่อคำตัดสิน ที่ถูกต้องไปในอดีตแล้ว นอกเสียจากจะมีการระบุในลักษณะจำเพาะเจาะจงเป็นครั้งๆ ไป)
แต่สำหรับกรณีของไทยนั้น “มันเป็นคนละเรื่องกันเลย” ดังที่บอกว่าเป็นปัญหาหลักของกิตติศักดิ์ เพราะ “ประกาศของ คปค.” นั้น ไม่ใช่กฏหมายที่ [1] (โดยตัวมันเอง) มีความถูกต้องในฐานะกฏหมายตามระบอบประชาธิปไตย และ [2] เป็นกฏหมายที่ไม่มีที่มา หรือความเกี่ยวพันใดๆ กับระบอบประชาธิปไตยเลย และไม่ใช่กฏหมายที่ได้รับการยอมรับโดยปวงชนชาวไทยอีกด้วย หรือพูดให้ถูกต้องมากขึ้นไปอีกก็คือ ประกาศ คปค. (และรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2549) มีความผูกพัน และเกี่ยวกันอย่างลึกซึ่งที่สุดกับกระบวนการประหารความเป็นประชาธิปไตยที่น่าอัปยศที่สุดนับแต่มีการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นในประเทศไทย นั่นคือผูกพันอย่างลึกซึ้งกับผู้ก่อการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ที่ประหารเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอย่างรุนแรง และมากมายที่สุด)
ฉะนั้น หากจะมีการ “เทียบเคียงที่ผิดฝาผิดตัว” แล้วล่ะก็ ย่อมเป็นการเทียบเคียงของกิตติศักดิ์เอง ที่มองว่า “ประกาศของ คปค. กับรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา” เป็นสิ่งซึ่งเทียบกันได้ ไม่ใช่การเทียบเคียงกฏหมายนาซี กับประกาศของ คปค. ของคณะนิติราษฎร์ (ซึ่งแม้จะไม่ถึงกับเทียบเคียงได้ 100% แต่ก็ใกล้เคียงกว่าข้อเปรียบเทียบของกิตติศักดิ์มาก นอกเสียจากว่ากิตติศักดิ์จะไม่มองเห็นความสำคัญของอุดมการณ์ และพลังของประชาธิปไตยที่อยู่เหนือ และในตัวกฏหมายในทางใดๆ เลย ก็อาจจะเข้าใจได้บ้าง)
อนึ่ง ผมเชื่อว่าทางคณะนิติราษฎร์เอง ก็เชื่อ และได้กล่าวไปเป็นที่ชัดเจนแล้ว ว่า “หากกระบวนการลบล้างผลของการรัฐประหารจบสิ้นลง” และได้มีการนำคดีต่างๆ มาดำเนินการใหม่ บนฐานของกฏหมายที่เป็นประชาธิปไตย และมีกระบวนการที่มาที่ไปที่ถูกต้องแล้วนั้น ต่อให้ผลการตัดสินที่จะเกิดขึ้นต่อไป “ขัด หรือแย้งกับความต้องการของคนส่วนใหญ่” ก็ต้องยอมรับ และยืนยันให้ผลเป็นไปตามนั้น เช่น หากลบล้างผลของการรัฐประหารแล้ว มีการประกาศใช้กฏหมายที่ “ชอบธรรม และเป็นธรรม” แล้ว ผลการตัดสินปรากฏว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ยังคงผิดจริง ก็ต้องให้ผลเป็นเช่นนั้น และหากนั่นขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ ผมก็เชื่อว่าทางคณะนิติราษฎร์เองเสียด้วยซ้ำที่จะเป็นผู้นำทางหลักการทางวิชาการ ที่จะอธิบายให้สาธารณชนได้รับฟัง และเข้าใจต่อไป (หากมันเกิดขึ้น)
ขอแลกเปลี่ยนสั้นๆ แต่เพียงเท่านี้ก่อนเท่านี้ครับ

กลับไปอ่านให้ดีเสียก่อน
การเทียบเคียงที่กล่าวอ้าง ไม่ปรากฏในบทความของกิตติศักดิ์